การละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ คือ การเจตนา หรือไม่เจตนาใช้ซอฟต์แวร์โดยปราศจากสิทธิในการใช้ซอฟต์แวร์นั้น เป็นที่แพร่หลาย และส่งผลกระทบอย่างมาก จากผลการวิจัยพบว่า 80 เปอร์เซนต์* ของซอฟต์แวร์ที่ใช้ในประเทศไทยเป็นซอฟต์แวร์ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ซึ่งก่อให้เกิดความสูญเสียต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ
 
การละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อภาคธุรกิจ ความเสี่ยงที่เกิดจากการละเลยหรือเพิกเฉยต่อการ ละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์สร้างความเสียหายในทางกฏหมาย ทางการเงิน และทางเทคนิคดังต่อไปนี้
 
ทางกฏหมาย
การละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ นั้นผิดกฏหมาย ผู้กระทำผิดกฏหมายต้องถูกดำเนินคดีทั้งทางแพ่ง และทางอาญา การใช้ซอฟต์แวร์เถื่อนในองค์กรถือเป็นการกระทำละเมิดลิขสิทธิ์เพื่อการค้าจะต้องระวางโทษจำคุก ตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 4 ปี หรือปรับตั้งแต่ 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
 
ทางการเงิน
การเสี่ยงใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์อาจช่วงประหยัดเงินในเบี้องต้น แต่หากถูกจับกุมดำเนินคดี อาจสูญเสียธุรกิจที่ทำอยู่ โดยค่าเสียหายที่ไม่สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้นั้น คิดเป็นมูลค่ามากกว่าการซื้อซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์มาใช้งาน
 
ทางเทคนิค

ธุรกิจที่ใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ จะเสียโอกาสได้รับการสนับสนุนทางเทคนิคจากผู้ผลิต นอกจากนี้ผู้ใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ ยังอาจเสี่ยงต่อความเสียหายที่เกิดจากซอฟต์แวร์ที่ไม่สมบูรณ์ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพ และประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ สมาชิก BSA ไม่สามารถรับรองคุณภาพของซอฟต์แวร์ดังกล่าวได้ ดังนั้นการใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์จะนำไปสู่ความเสี่ยงในการใช้งาน

 
*ที่มา IDC Piracy Impact Study 2008
 
 
 
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
 
ภาครัฐร่วมแรงองค์กร ภาคเอกชน
ตรวจจับซอฟต์แวร์เถื่อน
เชียงใหม่ มูลค่ากว่า 2.5
ล้านบาท
BSA จับบริษัทละเมิด
ซอฟต์แวร์
 
+ ดูทั้งหมด